Chulalongkorn Experimental Economics Center: CEEC

ความเป็นมา

เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองเป็นศาสตร์ที่นำเอาหลักการของการทดลองทางวิทยาศาสตร์เข้ามาตอบคำถามทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งหลักการของการทดลองในที่นี้หมายถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลภายในสภาพแวดล้อมที่ถูกกำหนดขึ้นอย่างตั้งใจโดยผู้วิจัย ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนตัวแปรทีละตัวในการทดลองเพื่อศึกษากระบวนการตัดสินใจหรือผลกระทบของตัวแปรนั้นๆ ที่มีต่อผลการศึกษาได้อย่างชัดเจนด้วยเหตุนี้ เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองจึงเป็นสาขาวิชาที่ได้รับความสนใจอย่างมากในระยะหลังของแวดวงวิชาการเศรษฐศาสตร์ในระดับนานาชาติ เนื่องจากเข้ามาเติมเต็มวิธีวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดสินใจของมนุษย์อย่างเป็นลำดับขั้นตอนภายใต้สถานการณ์ที่ต้องการศึกษาได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์

ยกตัวอย่างเช่น การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือในการดูแลทรัพย์สินสาธารณะของสังคมที่อาจถูกเบียดบังประโยชน์จากคนที่เห็นแก่ตัวบางส่วน (Collective Action) เศรษฐศาสตร์การทดลองก็สามารถศึกษาผลของความร่วมมือดังกล่าวจากการออกแบบผลได้และต้นทุนของความร่วมมือและการฉกฉวยผลประโยชน์ส่วนตนได้ เพื่อพิจารณาว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลให้เกิดความร่วมมือมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถศึกษาผลของการออกกฎหมายหรือข้อบังคับแต่ละรูปแบบที่มีต่อความร่วมมือของคนในสังคมได้เช่นกัน

ที่ผ่านมา เศรษฐศาสตร์เป็นสาขาวิชาที่มีบทบาทสำคัญต่อความเป็นอยู่ของคนในสังคมอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับความมีประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรของสังคมนั้นๆให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดอย่างยั่งยืน องค์ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์จึงจำเป็นต้องผสมผสานระหว่างความเป็นศาสตร์ (Science) ที่เป็นสากลของเครื่องมือและหลักการในการวิเคราะห์ปัญหา กับความเป็นศิลป์ (Art) ในการตีความผลการวิเคราะห์อันจะนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เหมาะสมกับแต่ละสังคม
เมื่อเศรษฐศาสตร์เป็นการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อตอบโจทย์ของสังคมซึ่งมีความหลากหลายเป็นพื้นฐาน

การกำหนดข้อสมมติขึ้นเพื่อให้การวิเคราะห์นั้นๆ สามารถหาคำตอบได้จึงเป็นสิ่งจำเป็น ในด้านหนึ่ง ข้อสมมติที่ถูกตั้งขึ้นมาได้ทำให้เศรษฐศาสตร์สามารถวิเคราะห์สังคมได้ด้วยเครื่องมือที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในเวลาหนึ่งๆ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ข้อสมมติที่สร้างขึ้นก็ได้กลายเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ในตัวของมันเอง เพราะมันก่อให้เกิดข้อจำกัดบางประการที่ส่งผลให้ผลลัพธ์ของนโยบายที่ถูกนำเสนอโดยเศรษฐศาสตร์นั้นไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้อย่างสมบูรณ์

ข้อสมมติสำคัญที่เป็นจุดอ่อนของสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ตลอดมา ได้แก่ หนึ่งคือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เริ่มต้นจากความเชื่อที่ว่ามนุษย์มีเหตุมีผล(โดยสมบูรณ์) (Rationality) และสองคือมนุษย์ตัดสินใจบนพื้นฐานของประโยชน์ของตัวเขาเอง(หรือปัจเจกบุคคล)เท่านั้น (Individual Decision Making) ในข้อสมมติแรก แน่นอนว่าการตัดสินใจของมนุษย์ในโลกความเป็นจริงไม่ได้อาศัยเฉพาะเหตุผลเท่านั้น แต่มีอารมณ์ (Emotion) และประสบการณ์ (Experience) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การตัดสินใจของพวกเขาจึงมีความแตกต่างไปจากการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพในเชิงเหตุและผลที่เป็นข้อสมมติพื้นฐานในตอนแรก (Bias in Decision Making)

ซึ่งประเด็นปัญหาคือแกนหลักของการพัฒนาสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) และในข้อสมมติที่สอง มนุษย์เองก็ไม่ได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของผลประโยชน์แห่งปัจเจกเสมอไป แต่บ่อยครั้งที่ตัดสินใจบนฐานของความร่วมมือ (Collectivism) กับคนอื่นๆ ในสังคมด้วย ดังนั้น คนอื่นๆ ในสังคมและความร่วมมือระหว่างพวกเขาเหล่านั้นจึงเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจของปัจเจกด้วยเช่นกัน ซึ่งประเด็นปัญหานี้คือแกนหลักของการพัฒนาเศรษฐศาสตร์สถาบันและวัฒนธรรม (Economics of Institutions and Culture)

อันที่จริงความพยายามแก้ไขข้อจำกัดที่เกิดจากข้อสมมติสำคัญสองประการดังกล่าวของสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์นั้นไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่ได้ทำมาแล้วเป็นเวลานานพอสมควร เพียงก่อนหน้านี้มักจะเป็นคำอธิบายในทางทฤษฎีเสียมากกว่า แนวทฤษฎีหนึ่งที่พยายามเข้ามาอธิบายผลของข้อจำกัดดังกล่าวและเสนอแนะเพิ่มเติมสำหรับการดำเนินนโยบายให้ถูกต้องก็คือทฤษฎีเกม (Game Theory) แต่การได้มาซึ่งข้อมูลเชิงประจักษ์ก็ยังทำได้ยากและยังคงมีข้อจำกัดของการได้มาซึ่งข้อมูลอยู่มาก

Vernon Smith ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์เมื่อปี 2002 ในหัวข้อ “เศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง” (Experimental Economics) ในฐานะของการพัฒนากระบวนการและเครื่องมือที่จะทำให้เกิดการวัด เก็บข้อมูลและทำความเข้าใจกระบวนการตัดสินใจของมนุษย์ในเชิงประจักษ์ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นคุณูปการที่สำคัญของวงการเศรษฐศาสตร์ทั้งโลก กล่าวคือ แนวทางการทดลองทางด้านเศรษฐศาสตร์จะเข้ามาปิดข้อจำกัดอันเกิดจากข้อสมมติสำคัญทางเศรษฐศาสตร์บางส่วนทำการวิเคราะห์เชิงประจักษ์ร่วมกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและทฤษฎีเศรษฐศาสตร์สถาบัน และทดสอบความแม่นยำถูกต้องของทฤษฎีเกม

ห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองของมหาวิทยาลัยโบโลญญ่า ประเทศอิตาลี
ห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองของมหาวิทยาลัยโบโลญญ่า ประเทศอิตาลี

ที่มา: http://www2.dse.unibo.it/bless/

เมื่อพิจารณาความสนใจทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองของแวดวงวิชาการในระดับโลกก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามบทบาทและความสำคัญไม่ต่างไปจากที่ได้กล่าวมาข้างต้น หากพิจารณาจำนวนบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการตั้งแต่ปี 1948 ที่ Holt (2006) ได้นำเสนอไว้ดังรูปที่ 2 จะพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังปี 1995 จากประมาณ 120 ชิ้นก่อนหน้านั้น เป็น 250 ชิ้นในปีต่อมา

จำนวนบทความทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่ได้รับการตีพิมพ์ต่อปี
ในวารสารวิชาการเศรษฐศาสตร์ในช่วงปี 1948-2000
จำนวนบทความทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่ได้รับการตีพิมพ์ต่อปี
ในวารสารวิชาการเศรษฐศาสตร์ในช่วงปี 1948-2000

ที่มา: Holt, C. (2006) Markets, Games and Strategic Behavior.

แม้ว่าข้อมูลของ Holt (2006) จะสิ้นสุดในปี 2000 แต่ข้อมูลจาก Noussair (2011) ในรูปที่ 3 แสดงจำนวนบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในสาขาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองหลังจากปี 2000 ก็ยังชี้ให้เห็นว่ายังคงมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลจากจำนวนบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่มีผลกระทบสูงเก้าฉบับ ซึ่งประกอบด้วยวาสารวิชาการเศรษฐศาสตร์ทั่วไป(สำหรับทุกสาขา)จำนวนหกฉบับ และวารสารเศรษฐศาสตร์เฉพาะทางในสาขาที่เกี่ยวข้องจำนวนสามฉบับ พบว่า จำนวนบทความที่ได้รับการตีพิมพ์เพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 75 ในช่วง 2006-2011 จากช่วงปี 2001-2005

จำนวนบทความทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่ได้รับการตีพิมพ์ต่อปี
ในวารสารวิชาการเศรษฐศาสตร์เก้าฉบับในช่วงปี 2001-2011
จำนวนบทความทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่ได้รับการตีพิมพ์ต่อปี
ในวารสารวิชาการเศรษฐศาสตร์เก้าฉบับในช่วงปี 2001-2011

ที่มา: Noussair, Charles (2011) Trends in Academic Publishing in Experimental Economics.

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาลงไปในรายละเอียดของพื้นที่ที่มีการศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองดังรูปที่ 4 จะพบว่ามากกว่าร้อยละ 95 เป็นการทดลองที่กระจุกตัวอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป ขณะที่การทดลองซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่เอเชีย-แปซิฟิคมีประมาณร้อยละ 3 เท่านั้น เนื่องจากยังมีห้องทดลองเศรษฐศาสตร์ในภูมิภาคเหล่านี้อยู่เป็นจำนวนน้อยมาก

จำนวนบทความทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่ได้รับการตีพิมพ์ต่อปี
ในวารสารวิชาการเศรษฐศาสตร์เก้าฉบับในช่วงปี 2001-2011 จำแนกตามภูมิภาคที่ทำการทดลอง
จำนวนบทความทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่ได้รับการตีพิมพ์ต่อปี
ในวารสารวิชาการเศรษฐศาสตร์เก้าฉบับในช่วงปี 2001-2011 จำแนกตามภูมิภาคที่ทำการทดลอง

ที่มา: Noussair, Charles (2011) Trends in Academic Publishing in Experimental Economics.

จำนวนการทดลองเศรษฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นไม่มากในพื้นที่เอเชีย-แปซิฟิคนั้น สอดคล้องกับจำนวนห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่มีไม่มากนักในพื้นที่นี้เช่นกัน โดยหากพิจารณารายชื่อห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองจากทั้งโลกที่รวบรวมโดย Laboratoired´EconomieExpérimentale de Montpellier (รูปที่ 5) (ดูรายชื่อทั้งหมดจากภาคผนวก ก) จะพบว่าทั่วทั้งโลกมีห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองอยู่จำนวน 175 แห่ง ส่วนมากตั้งอยู่ที่ทวีปยุโรป จำนวน 73 แห่ง รองลงมาคือทวีปอเมริกาเหนือ จำนวน 67 แห่ง ขณะที่ห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียมีเพียง 13 แห่ง หากพิจารณาเฉพาะในอาเซียนพบว่าปัจจุบันมีห้องทดลองทางเศรษฐศาสตร์เพียง 1 แห่งเท่านั้น โดยตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซีย

จำนวนของห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองตามภูมิภาคต่างๆ ในโลก
จำนวนของห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองตามภูมิภาคต่างๆ ในโลก

ที่มา: Laboratoired ´Economie Expérimentale de Montpellier

บทบาทของห้องเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองจึงไม่ใช่แค่เพียงช่วยสนับสนุนให้งานวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์ของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก้าวทันความทันสมัยของวิชาการเศรษฐศาสตร์ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังจะช่วยส่งเสริมให้คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีบทบาทของการเป็นผู้เล่นสำคัญในเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ของภูมิภาคด้วย

เมื่อเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองเข้ามาเป็นเครื่องมือวิเคราะห์หลักของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์และประสบการณ์ และทฤษฎีเศรษฐศาสตร์สถาบันซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบและวัฒนธรรมนั้นตามหลักการแล้ว ทั้งอารมณ์ ประสบการณ์ กฎระเบียบและวัฒนธรรมนั้นต่างก็ถูกกำหนดจากภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์และโครงสร้างสังคมที่มีแตกต่างกัน ดังนั้นตัวแปรเหล่านี้จึงมีความแตกต่างโดยสิ้นเชิงระหว่างพื้นที่ต่างๆ การศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองของพื้นที่หนึ่งจึงมีข้อจำกัดอย่างมากในการตีความหรือปรับไปใช้กับอีกสังคมหนึ่ง โดยเฉพาะการทดลองที่เกิดขึ้นมากในสังคมตะวันตกจึงมีไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรกับการนำไปใช้ของสังคมตะวันออกที่มีความแตกต่างออกไป

บทความของ Henrich et al. (2005) ทำการทดลองเพื่อศึกษาการตัดสินใจแบ่งปันทรัพยากรที่ปัจเจกบุคคลแต่ละคนได้รับให้กับคนอื่นๆ ในสังคม กับสังคมสิบห้าแห่งทั่วโลก โดยวิธีการทดลองแบบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งผลสรุปของการวิจัยพบว่า แต่ละสังคมมีความแตกต่างกันอย่างมากตามโครงสร้างสังคมและวัฒนธรรมของสังคมนั้นๆ นั่นย่อมหมายความว่าการนำเสนอนโยบายทางด้านเศรษฐศาสตร์ที่ผ่านการปรับแก้ความถูกต้องให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จำเป็นต้องอาศัยเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่เฉพาะเจาะจงกับประเทศนั้นๆ

การขยายบทบาทของเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองยังถูกนำไปใช้อย่างเป็นรูปธรรมมากไปกว่าการปรับปรุงนโยบายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการศึกษาเศรษฐศาสตร์การทดลองเป็นเรื่องของการตัดสินใจของมนุษย์ภายใต้สถาบัน วัฒนธรรมและสถานการณ์ที่มีความแตกต่างกัน จึงถูกนำไปบูรณาการกับศาสตร์อื่นๆ ได้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากพฤติกรรมการตัดสินใจของมนุษย์ในเรื่องต่างๆ ไม่ได้จำกัดอยู่ในแค่เศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตัดสินใจบริโภคอาหารหรือออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องกับแพทยศาสตร์ การใช้สิทธิเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับรัฐศาสตร์ การเลือกซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการตลาด การบริโภคสื่อของนิเทศศาสตร์ และการเลือกกระทำหรือตอบสนองในเชิงจิตวิทยา เป็นต้น ในเชิงนโยบายนั้น เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองยังมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ความสุข (Happiness) ของประชาชนในสังคมภายใต้การดำเนินนโยบายต่างๆ ที่มากไปกว่าแค่การเพิ่มรายได้ หรือการวิเคราะห์ความร่วมมือ/ความขัดแย้ง (Corporation/Conflict) ของประชาชนในสังคมภายใต้รูปแบบของนโยบายที่แตกต่างกันด้วย

ทั้งๆ ที่เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองเป็นสาขาที่มีแนวโน้มความสนใจของโลกวิชาการเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ที่น่าสนใจก็คือจำนวนของห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นมากในเวลาอันรวดเร็วตามไปด้วย ทั้งนี้ก็เพราะการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองต้องการองค์ประกอบสำคัญสี่ประการที่จำเป็นต้องมีอย่างครบถ้วนจึงจะสามารถจัดตั้งและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้

องค์ประกอบแรกคือต้องมีความร่วมมือระหว่างนักเศรษฐศาสตร์อย่างน้อยเจ็ดสาขา ได้แก่ เศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม เศรษฐศาสตร์สถาบัน ทฤษฎีเกม สถิติ เศรษฐศาสตร์จุลภาคประยุกต์ และเศรษฐมิติจุลภาค ซึ่งในเวลานี้ บุคลากรของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีครบทั้งเจ็ดสาขาดังกล่าวคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงมีความพร้อมและได้เปรียบกับมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานวิจัยอื่นที่มีความพยายามจะตั้งห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองเช่นกัน (ดูตารางที่ 1)

ตารางที่ 1 รายชื่ออาจารย์และสาขาที่เชี่ยวชาญ
[table “” not found /]

นอกจากนี้ อาจารย์ทุกคนยังมีประสบการณ์ในการทำการทดลองเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทย บางคนมีประสบการณ์ในการทำการทดลองเศรษฐศาสตร์ร่วมกับมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศในประเทศไทย และบางคนมีประสบการณ์ในการทำการทดลองเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

องค์ประกอบที่สองคือต้องมีทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้และความสนใจทางด้านการทดลองเศรษฐศาสตร์เข้ามาร่วมทำงานอย่างเต็มตัว (Experimenters) เนื่องจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการจัดการเรียนการสอนในวิชาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง ทั้งในระดับปริญญาโท ปริญญาตรีภาคภาษาไทย และปริญญาตรีภาคภาษาอังกฤษ จึงสามารถเปิดโอกาสให้นิสิตที่สนใจเข้ามาทำวิทยานิพนธ์หรือปริญญานิพนธ์ในสาขาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองได้ด้วยห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง ซึ่งเท่ากับเป็นการทำงานและพัฒนาร่วมกันระหว่างอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญและนิสิตที่มีความสนใจในสาขานี้ โดยในขณะนี้มีบทความที่เขียนโดยนิสิตเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิตโดยใช้เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองได้รับการตอบรับในงานสัมมนา Ease Asia Economic Association 2014 (EAEA-2014) ซึ่งเป็นงานสัมมนาที่มีผลกระทบสูงในระดับนานาชาติแล้ว (ทั้งที่การทดลองดังกล่าวเป็นเพียงเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองอย่างง่ายที่ทำเป็นรายงานในวิชาเรียนเท่านั้น เนื่องจากยังไม่มีห้องปฏิบัติการเต็มรูปแบบ)

องค์ประกอบที่สามคือ ต้องมีความง่ายในการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมการทดลอง (Experimentees / Subjects) ซึ่งความเป็นสถาบันการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะช่วยให้สะดวกในการเข้าถึงผู้เข้าร่วมการทดลองที่เป็นกลุ่มนักศึกษา ซึ่งมักเป็นที่นิยมในการทดลองเศรษฐศาสตร์ เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทดลองค่อนข้างต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ ขณะที่หากต้องการความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งต้องทำการทดลองกับบุคคลทั่วไป ห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่ตั้งอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็สามารถเดินทางมาได้สะดวก จึงเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ

องค์ประกอบที่สี่ คือ ต้องมีห้องทดลองและอุปกรณ์ทำการทดลองทางเศรษฐศาสตร์ที่เพียงพอและเหมาะสม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการในการทำการทดลองทางเศรษฐศาสตร์ โดยความมีมาตรฐานดังกล่าวมีผลสำคัญอย่างยิ่งต่อการยอมรับในการตีพิมพ์บทความวิชาการในวารสารวิชาการต่างๆ ซึ่งองค์ประกอบสุดท้ายนี้เป็นองค์ประกอบเพียงประการเดียวที่ขาดไปในคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองมีความสำคัญทั้งกับโลกวิชาการเศรษฐศาสตร์ในอนาคต ซึ่งเกี่ยวข้องกับโอกาสของการตีพิมพ์ และกับโลกความเป็นจริงของการดำเนินนโยบายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและคำนึงถึงด้านอื่นๆ มากกว่าแค่การเติบโตของรายได้ ประกอบกับความพร้อมของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งในเรื่องของคณาจารย์ วิชาสอน การมีส่วนร่วมของนิสิตและทำเลที่ตั้ง จึงเป็นสาเหตุของข้อเสนอในการสนับสนุนต่อการจัดตั้งศูนย์เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn Experimental Economics Center: CEEC) เพื่อการผลิตผลงานวิชาการที่มีคุณภาพและมีความสมัยใหม่ โดยมีห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองเป็นส่วนหลักในการดำเนินการศึกษา

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเพิ่มจำนวนการตีพิมพ์หรือเผยแพร่บทความวิชาการทั้งในระดับนานาชาติ และระดับประเทศของคณาจารย์และนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากสาขาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองเป็นพรมแดนความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ที่กำลังเติบโต และศูนย์เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn Experimental Economics Center: CEEC) จะดำเนินการห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองแห่งแรกของประเทศไทยและแห่งที่สองของอาเซียน
  2. เพื่อผลิตผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์ประเด็นปัจจุบัน (Current Issues) ในเวลานั้นๆ ด้วยการทดลองทางเศรษฐศาสตร์ที่ยังไม่เคยทำมาก่อนในสังคมไทย โดยมีเป้าหมายจะดำเนินการในทุกๆ ไตรมาส
  3. เพื่อสร้างความร่วมมือทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองระหว่างหน่วยงานวิจัยหรือมหาวิทยาลัย ทั้งในระดับนานาชาติและระดับประเทศ เนื่องจากสามารถทำการทดลองเดียวกันบนความแตกต่างของปัจจัยทางด้านสังคม กฎระเบียบหรือวัฒนธรรม เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ผลการทดลองร่วมกัน
  4. เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลงานวิจัยของศูนย์ตามวัตถุประสงค์ข้อ 2 ในรายไตรมาส ให้กับสื่อมวลชนและสาธารณะและเพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ
  5. เพื่อประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้นิสิตลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง และเรียนรู้แนวคิดหรือทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์จากสถานการณ์ร่วมกันของนิสิตคนอื่นๆ ในห้องเรียน ซึ่งจะส่งผลให้ผลการเรียนรู้ของนิสิตมีความสอดคล้องกับความสนใจของนิสิตในยุคปัจจุบัน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง ทั้งในเชิงวิธีวิทยาการวิจัย (Research Methodology) และวิธีการได้มาซึ่งข้อมูลเชิงประจักษ์ (Empirical Data Accessibility)
  2. เพื่อเพิ่มโอกาสในการบูรณาการสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์กับศาสตร์สาขาอื่น เนื่องจากเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์การตัดสินใจของปัจเจกบุคคลในด้านต่างๆ ด้วยปัจจัยที่หลากหลาย ทำให้สามารถเชื่อมโยงกับศาสตร์อื่นๆ ได้เป็นอย่างดี
  3. เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อคำนึงถึงมิติอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากการเติบโตของรายได้ เช่น ความสุข ความร่วมมือ ความขัดแย้งของคนในสังคม ซึ่งจะนำไปสู่ทางเลือกของเป้าหมายเชิงนโยบายที่หลากหลายกว่าในอดีตที่ผ่านมา
  4. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงานร่วมกันระหว่างคณาจารย์ นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา และนิสิตระดับปริญญาบัณฑิตของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

การจัดตั้งห้องปฏิบัติการเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองเป็นการเพิ่มโอกาสในการเป็นแหล่งอ้างอิงของงานวิจัยเชิงเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่และองค์ความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองในระดับภูมิภาค เนื่องจากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนี้มีเพียงห้องทดลองเชิงเศรษฐศาสตร์ของประเทศมาเลเซียเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ขณะที่ความสนใจในบริบทของสถาบันและวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้กลับได้รับความสนใจเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจของมนุษย์ภายใต้บริบทของภูมิภาคนี้ที่แตกต่างไปจากฝั่งตะวันตกที่มีงานวิจัยเป็นจำนวนมากนั้นจึงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง

การทดลองทางเศรษฐศาสตร์ที่ผ่านศูนย์เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานจึงเพิ่มโอกาสในการตีพิมพ์บทความวิชาการทั้งในระดับนานาชาติ และระดับประเทศของทั้งคณาจารย์และนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยังเพิ่มโอกาสในการสร้างความร่วมมือทางด้านเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองระหว่างหน่วยงานวิจัยหรือมหาวิทยาลัย ทั้งในระดับนานาชาติและระดับประเทศ

เนื่องจากสามารถทำการทดลองเดียวกันบนความแตกต่างของปัจจัยทางด้านสังคม กฎระเบียบหรือวัฒนธรรม เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ผลการทดลองร่วมกัน ส่งผลให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ

โดยมีศูนย์เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือในภูมิภาค ซึ่งผลได้ทั้งหมดนี้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทางจุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัยอย่างเพียงพอเพื่อให้มีมาตรฐาน และอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ได้เปรียบในการสร้างความร่วมมือและเพิ่มโอกาสในการตีพิมพ์

หัวหน้าโครงการ

อ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์

ผู้ร่วมโครงการ

โครงการนี้มีผู้รับผิดชอบโดยตรงในการดำเนินโครงการจำนวน 6 คน

  1. รศ.ดร.ชโยดม สรรพศรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. ผศ.ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. ผศ.ดร.ธนะพงษ์ โพธิปิติ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  4. อ.ดร.สันต์ สัมปัตตะวนิช คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  5. อ.ดร.พัชรสุทธิ์ สุจริตตานนท์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  6. อ.ดร.นพพล วิทย์วรพงศ์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  7. อ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผลงาน

ติดต่อศูนย์